5555 ชื่อเอนทรี่มาแบบแหวก ก็ไม่ค่อยมีโมเม้นต์นี้เนอะ
 
ก็อัพรูปคอสละมันร้างได้ร้างดีเหลือเกิน ก็เลยเอามาเวิ่นดีกว่า
 
มองเวลาตอนเริ่มเอนทรี่ ก็ 04:10 ของวันที่ 10 พ.ย. 55
 
ยิ่งดึก(หรือเช้า?) ยิ่งเวิ่นเว้อและดราม่า เค้าว่ากันอย่างนั้นล่ะ จริงไหม?
 
 
 
ความจริงถ้ามีคนอ่านก็ดีนะ เป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งให้ชีวิต (หรือแปดเปื้อนกันแน่)
 
ขอยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเรา (อาจจะใส่ไข่หรือขาดหายบ้าง ก็แอบลืมกันไป)
 
เป็นรักครั้งแรกที่แบบ... (พูดไปก็เขินไปแฮะ มันนานพอสมควรละ อารมณ์เริ่มหาย)
 
เราถือว่าเราเป็นคนโชคดีมากนะที่เจอกับเรื่องแบบนี้ อาจจะคล้ายกับใครหลายคนก็ได้
 
 
 
เอนทรี่นี้คงยาวมากอ่ะ เอาเป็นว่าใครที่ขี้เกียจอ่าน เรามีข้อเสนอมาให้
 
อ่านเกริ่นนำก่อนละกัน ละค่อยตัดสินใจเนอะว่าจะอ่านต่อไหม... อิอิ
 
อาจจะมีภาษาไม่สุภาพโผล่มาบ้าง แต่มันเป็นอรรถรสในการเล่าและการอ่านนะ 5555
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
บทเกริ่นนำ 1
 
ตอน ม.6 ช่วงก่อนสอบโควตาภาคเหนือ (ห่างพอสมควร) เรากับเพื่อนก็ไปดูดวงกัน (เป็นธรรมดา)
 
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าแม่นมาก และเป็นการดูดวงที่จริงจังเป็นครั้งแรกของเรา
 
ที่นี่เค้าจะดูพื้นดวงให้ก่อน ละจึงเจาะจงคำถาม และแน่นอนว่าทุกคนโฟกัสเรื่องเรียนต่อ
 
ถึงคิวเราดู เราเป็นคนไม่เครียด ก็เลยฟังผ่าน ๆ (แต่ก็เชื่อนะ เป็นคนชอบดูดวง)
 
แต่เอะใจเรื่องความรักที่เค้าดูให้มาก (นี่แค่พื้นดวง)
 
เราเป็นคนที่ใครเห็นแล้วต้องบอกว่าเป็นทอม หรือมองผ่าน ๆ เขาก็บอกผู้ชายก็มี Orz
 
เราเลยไม่ค่อยสนใจอะไร ละช่วงมัธยมเป็นช่วงทำกิจกรรม โดยเฉพาะเต้น Cover
 
เราเต้นเป็นผู้ชายมาโดยตลอด จึงซอยผมและติดบุคลิก และมีผู้หญิงมาชอบเยอะมาก = = (เอาตรง ๆ)
 
เค้าถามเราว่า "มีแฟนไหม?" เราปฏิเสธ "ชอบใครอยู่ไหม?" เราก็ปฏิเสธอีก
 
จนเค้าย้ำอีกครั้งว่า "ไม่มีจริง ๆ เหรอ?" ไอ้ถามย้ำเนี่ยแหละ ที่แปลกใจแบบมาก ๆ
 
เราก็ยิ้มแหย ๆ ละบอกว่า "ก็ไม่มีอ่าค่ะ..." พยายามขุดค้นสุด ๆ แล้วนะ ไม่มีอ่ะ -*-
 
เค้าเลยบอกว่า "เนี่ย ถ้าเข้ามหาลัยแล้วก็จะมีคนเข้ามา" รู้ไหมว่าเราไม่เชื่อ... =___=
 
เป็นเรื่องเดียวที่ไม่เชื่ออย่างแรง เราไม่เคยมีแฟนมาก่อน เคยชอบแต่ก็คิดว่าแค่ปลื้มเท่านั้นแหละ
 
ละสุดท้ายเค้าให้ถามเจาะจงได้ 3 ข้อ เราก็ซัดเลย "เรียน" "นิยาย" "เงิน" //โดนถีบ
 
 
 
บทเกริ่นนำ 2
 
อันนี้ข้ามไปตอนคบกันละ (แต่ที่จะเล่าในเอนทรี่คือวีรกรรมก่อนหน้านั้น)
 
เราดูหนังเรื่อง "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก" กับพี่เค้า (เอ้อ เป็นรุ่นพี่) คงเคยดูกันเนอะ จะคิดตามได้
 
ก็ถึงฉากที่ถ่ายไดอารี่ของพี่โชนที่เขียนเกี่ยวกับน้ำอ่ะ ว่าชอบน้ำเหมือนกันนะงี้
 
เราเป็นคนไม่เคยมีแฟนไง โอเค มันไม่โรแมนติก เราก็เผลอพูดไปว่า "น้ำเน่าอ่ะ"
 
พี่เค้าก็หัวเราะแบบเบา ๆ ... (อธิบายไม่ถูก) ละบอกว่า "พูดอย่างกะเรื่องตัวเองไม่น้ำเน่าเนอะ"
 
เหยดดดดดดดดด ได้ยินตอนนั้นละแบบ เฮ้ย นี่กูอ่านการ์ตูนอยู่หรือเปล่าวะงี้ 55555
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
เอาล่ะ ได้เวลาย้อนกลับไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ นานา (พูดไปก็แก่ไป)
 
ให้ข้อมูลไว้ก่อน... เราจะไม่เอ่ยถึงชื่อใครหรืออะไรใด ๆ ทั้งนั้นนะ ถ้าเป็นกรณีพิเศษจะ(..วงเล็บ..)
 
ฝ่ายตรงข้ามเป็นรุ่นพี่จ่ะ ห่างกันตามชั้นปีแล้วคือ 2 ปี อยู่คณะเดียวกันแต่คนละเมเจอร์
 
เอาล่ะ ! โซโล่... ยาวนะ มีหลายเสต็ปด้วย บอกแล้วว่ามันคือการเวิ่นเว้อ 55555
 
 
 
 
 
    
 
 
 
 
 
เป็นเด็กปี 1 หน้าตาบ้องแบ๊ว แต่งตัวถูกระเบียบ ห้อยป้ายชื่อ (ใหญ่ ๆ) ผู้ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่า...
 
ภายหลังใบหน้าเปื้อนยิ้มของรุ่นพี่ปี 2 เค้าได้ซ่อนความลับอะไรไว้ (ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น = =)
 
วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศมหาลัย ก็แบบว่าพี่ปีสองก็พาน้องมานั่งกินเบรกก่อนเข้าพิธีไรงี้
 
กินไปกินมาก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายมาจากข้างหลัง... จ่ะ... พี่ว๊าก = =
 
โหย แบบ คิดว่าตัวเองจะเฉย ๆ ละนะ แต่ก็กลัวอ่ะ กลัวว่าถ้าขยับนิดหน่อยนี่ตกเป็นเป้าสายตามันอาย
 
ช่วงแรกไม่กล้ามองหน้าใครจริง ๆ เดี๋ยวโดนรุม ก็ไปเข้าพิธีก่อน กลับมาโดนว๊ากอีกรอบ
 
ละคราวนี้เราก็นั่งหน้าสุด ความคิดของเราในตอนนั้นคือว่า ทำยังไงก็ได้ให้เบี่ยงเบนความกลัว
 
จำได้ว่าตอนดูน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ (แสดงอายุมาก) ลุคเด็กมหาลัยในความคิดคือ หล่อ สวย ดูดี
 
เราก็เลย เอาวะ! มองหาพี่ว๊ากหล่อ ๆ ไว้เป็นจุดโฟกัส (คณะนี้ใช้ผู้ชายหมด) เป็นกำลังใจจะได้ไม่กลัว //เลว
 
ปรากฏว่า... มันมีที่ไหนล่ะ! //เลวกว่า (พี่คะ หนูขอโทษษษ!! >/|\< //ไหว้)
 
ที่เห็นว่าหน้าตาดีจริง ๆ ก็มี ป.เชียร์ กับ ป.ปก 2 คน นั่นแหละ ตัวเด่นเลยล่ะ = =
 
ที่เหลือคงไปกอง ๆ อยู่ด้านข้างกับด้านหลังหมด เหล่มากก็ไม่ได้ โดนด่าอีก
 
 
 
ละอยู่ดี ๆ ก็มีพี่ว๊ากคนหนึ่งเดินมาแบบนิ่ง ๆ เราเห็นขาก่อนเลย (ก็นั่งหน้าสุดของแสตน เลยอยู่ล่างสุด)
 
เราก็แบบ ไม่อยากกลัวเลยไม่ค่อยฟัง วิจารณ์อย่างอื่นดีกว่า เราก็ว่า ขาพี่เขาเล็กจัง ตัวก็เล็ก (แหน่ะ!)
 
ละค่อย ๆ มองขึ้นมาข้างบน ผมยาวเว้ยเฮ้ย! ดัดปลายด้วยอ่ะ (ตอนนั้นคิดว่าหยักธรรมชาติ)
 
คือผมสวยมากจริง ๆ อ่ะ จนเราแบบ... เฮ้ยยย เหมือนพี่ซิน ซิงกูล่าเลย งี้เลยนะ -0-
 
ละก็มองหน้า มองด้านข้างโอเค มองข้างหน้า ไม่หล่อ = = (เอาจริง ๆ นะ อย่าว่ากันเลย)
 
อย่าว่าเราหื่นเลย ก็มันมองไปแล้ว เข้าใจอารมณ์ปลื้มหรือเปล่าล่ะ มันพิจารณาหมดอ่ะ
 
ตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าชอบไปแล้ว (ชอบตั้งแต่เห็นขาละมั้ง)
 
พี่เขาก็มาเดินป้วนเปี้ยน ๆ อยู่หน้าเราเนี่ยแหละ เพราะเราก็เห็นพี่คนอื่นคนวุ่นจองที่ยืนกันหมด เยอะจัด
 
คำว่า "เหล่อะไร!" เห็นหนึ่งในคำที่พี่ว๊ากใช้บ่อยมาก เราเลยไม่เหล่ กะมองตรงไปที่เขียว ๆ
 
คือตอนนั้นก็ตัวเกร็งอยู่อ่ะ เลยพยายามมองให้ผ่อนคลาย กลัวโดนว่า ไม่สนใจใครมากหรอก
 
แต่พี่ผมยาว (มอบฉายานี้ใน ณ ตอนนั้นเลย) ก็มายืนพิงราวเหล็กข้างหน้าเราเลย ไม่ไปไหนด้วย
 
ไอเราก็คิดในใจแบบ เฮ้ยพี่! มายืนตรงนี้ละจะให้หนูมองไปไหนล่ะวะคะ เดี๋ยวก็หาว่ามองหน้าอีก ไรงี้
 
เราเลย เอาไงเอากันวะ มองหน้าอกพี่เค้าซะเลย ระดับสายตานิ มันมีตราคณะติดอกอยู่ก็มองเข้าไป
 
 
 
มาถึงวันนัดห้องเชียร์ ก่อนเข้าก็เช็คชื่อ มีพี่ว๊ากเดินไปเดินมา สวนไปสวนมาเต็มเลย
 
ก็มีครั้งหนึ่งที่พี่เค้ายืนอยู่ข้างหน้า ห่างกันแถวเดียวเนี่ย เรามองได้สบายเลย สุขใจจริง ๆ 55555
 
ละพี่เค้าก็เดินมาหยุดข้างเพื่อนเราที่ยืนถัดกันไปเนี่ย ละเหมือนมองมาทางเรา ไอเราก็ไม่แน่ใจ
 
คิดในใจว่า เดินมาสิคะ ๆ 55555555 ละพี่เค้าก็เดินมาจริงเว้ย ทำหน้าลอย ๆ เดินผ่านหน้าไป
 
ไอเราก็แบบ เฮ้ยยยย มันค่อดจะใกล้เลยอ่ะ >//////< ตอนนั้นแบบ ห่านเอ้ย ยิ้มก็ไม่ได้ ไฮเปอร์จะกินอยู่ละ
 
พอจะเข้าห้องเชียร์ เราเป็นพวกมีโรคประจำตัว(ก็แค่ความดันต่ำ)เลยถูกให้นั่งหลัง ๆ จะได้หามง่าย
 
ละพี่เค้าก็ยืนอยู่หน้าห้องนู้นนน ไกลเลย แต่ก็อยู่บริเวณตรงหน้าเราตลอด เราเลยมีอาหารตาให้ดู
 
ละเพิ่งมารู้ในห้องเชียร์ว่าเป็นหนึ่งในเฮดว๊ากเว้ย เห็นนิ่ง ๆ นี่เอ่ยปากพูดทีร้องไห้ได้เลยอ่ะ
 
หลายวันได้เข้าห้องเชียร์ ก่อนเข้าเจอเพื่อนก็แอบบอกแอบเล่าว่าปลื้มพี่คนนี้นะ อะไรแบบนี้
 
จนเพื่อนแทบจะรู้กันหมดละมั้ง 5555 มีการแบบเราชอบพี่เมเจอร์เค้า ละเค้าก็มาชอบพี่เมเจอร์เรา 555
 
ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอ่ะ คงเข้าห้องเชียร์บ่อย เห็นบ่อย ได้ยินเสียงบ่อย จนเริ่มรู้สึกว่าอยากเจอตลอด
 
ก่อนเข้าห้องก็มาเข้าแถวละพยายามชะโงกดูตลอดนะว่าพี่เค้าเดินมาหรือยังอะไรแบบนี้
 
จนลืมไปเลยว่า เนี่ย เป็นอาการของตัวเองเวลาที่ชอบใครนะ จะแอบมองหาตลอด ตอนเด็กเคยเป็น
 
แล้วก็มีวันเกือบสุดท้ายที่พวกพี่เค้าลงแล้วบอกว่า ต่อไปไม่ต้องมาห้องเชียร์แล้วนะ ผมไม่เปิดแล้ว
 
โหย เราไประบายกับเพื่อนแบบ เฮ้ย จะไม่ได้เจอแล้วอ่ะ ทำไงดี ย้ายเมเจอร์เลยดีไหม
 
ไอ้ที่บอกว่าย้ายเมเจอร์นี่คือพูดเล่นนะ 555 แต่บอกงี้กับเพื่อนจริง ๆ บอกเมทด้วย 
 
รู้สึกกับตัวเองว่า เอ้อ ห้องเชียร์ปิดแล้ว ก็ไม่ได้เจอพี่เค้าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในใจแบบเครียดมากอ่ะ
 
งงตัวเองมาก ถ้าพูดถึงตลอดนี้จะมองออกว่ากำลังชอบพี่เค้าแบบจริงจัง แต่ตอนนั้นมันไม่รู้ตัวหรอก
 
อื้ม ละในวันนี้แหละ ที่พวกพี่เค้าลงกันหนักมาก ให้ยืนขึ้นเลยแบบนี้ ละพี่ผมยาวก็มายืนข้างแถว =__=
 
คืออารมณ์เสียไง ยืนข้างหน้าดี ๆ ไม่ยืน เราจะได้มองถนัด ดันมายืนข้างแถว แถวเราอีก
 
ละคืออยู่ตรงกลางแถวไง มองไม่ได้เลย ถ้าอยู่ด้านข้างนิไม่ว่าสักคำ ! (แหน่ะ!)
 
ละก็มีพี่คนอื่นบ้างที่เดินแทรกแถวเข้ามาว๊ากกับตัว ละเหมือนพี่เค้าก็จะพยายามเข้ามาแต่เข้าไม่ได้
 
โธ่เอ้ย! ตอนพี่เค้าพยายามจะแทรกเข้ามานี่คิด 2 อย่าง เข้ามาเลย กับ เฮ้ย ทำไงดีจะมาแล้ว!
 
โอนเอียงไปอันหลังมากกว่า ที่กลัวคือ กลัวว่าพอพี่เค้ามาใกล้แล้วสมาธิมันจะกระเจิงสิฟระ! = =
 
อืม สุดท้ายก็ไม่ได้เข้ามาอ่ะ กลับไปหน้าห้องเหมือนเดิม (ดีละ จะได้มองถนัด ๆ)
 
 
 
แล้วมาอีกวันพี่ปีสองก็นัดมานั่งคุยว่าอยากพิสูจน์ตัวเองไหม ไอ้พวกเราก็แน่นอนแหละ
 
ณ ตอนนั้น เพื่อนหลายคนคงกลัวอ่ะ ว่าอย่าให้พี่ว๊ากมาเลย แต่ตรงข้ามกับเรา เราภาวนาพี่เขาสุด ๆ
 
นี่เป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ นี่พูดจริง เป็นธรรมดาที่หลายคนไม่อยากเข้าห้องเชียร์
 
แต่เราอยากเข้ามากถึงมากที่สุด นี่ไม่ได้โกหก เข้าไปเพื่อเจอพี่เค้าอ่ะ น้ำเน่าไหมล่ะ 555
 
เรื่องจริงเลยล่ะ วันไหนมีห้องเชียร์นะ เพื่อนบ่นกันระงม มีเราคนเดียวที่นั่งยิ้ม 55555 ไว้เป็นกำลังใจ
 
นั่นแหละ ละพี่เค้าก็มากัน แต่เรามองหาพี่ผมยาวไม่เจอ หดหู่มากขอบอก ก่อนเข้าก็มองหาอีก
 
ไปในห้องเชียร์แทนที่จะสงบนะ พยายามหาตลอดเลยว่าเมื่อไหร่พี่เค้าจะมา วันนั้นแบบแย่จริง ๆ
 
เข้าใจเลยว่าห้องเชียร์จริง ๆ มันเป็นยังไง เพราะตลอดมามีพี่ผมยาวคอยเป็นกำลังใจตลอด (มโนเอง)
 
ละพอถึงสิ้นสุดห้องเชียร์ ค่าาา... เค้าเฮฮากัน คุณพี่ผมยาวเพิ่งเดินเข้ามาค่ะ มัดผมด้วย ><
 
คราวนี้เครียดกว่าค่ะ จบของจริง...
 
แต่ก่อนจบก็มีโมเม้นต์ให้ปลื้มอ่ะ คือพี่ว๊ากเค้าจะไปส่งน้องที่หอกัน โอโหหห เป็นอะไรที่ยินดีมาก
 
ละปีหนึ่งก็กระจัดกระจายกัน เรายืนอยู่คนเดียว ละเห็นพี่เค้ายืนอยู่ข้างหน้าเนี่ย ตรงกันเลย
 
เราก็แอ๊บมองไปที่อื่นแต่ก็หางตานะ... 5555 ใครมันจะกล้ามองตรง ๆ กันเล่า !
 
ละอยู่ดี ๆ พี่เค้าก็เดินเข้ามาละบอกว่า "น้องครับ ไปเข้าแถวครับ" ละทำมือไล่ ๆ
 
คือแบบ โอยยยย จุดพลุฉลองงง เขินสุดอะไรสุด ไอเราก็ ค่ะ ตามน้ำ ><
 
พี่เค้าเป็นคนขรึม ๆ เงียบ ๆ อ่ะ ลุคภายนอกเป็นคนแบบนี้ ขรึมจนคนอื่นกลัว ยิ่งว๊ากยิ่งแล้วใหญ่เลย
 
เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ... แต่อินี่ไม่ปกติอ่ะ ชอบบบบบ 555555
 
บอกให้ไปเข้าแถว แต่อินี่เดินผ่านพี่เค้าไปละก็วกมาเดินตามหลังค่ะ 555 พี่เค้าเดินไปหากลุ่มเพื่อนของเรา
 
เพื่อนสนิทกันเลยนี่แหละ ละก็ไปพูด ๆ เรื่องชมรมที่พวกนั้นอยู่ ละพี่เค้าก็อยู่ชมรมนั้นด้วย
 
ละพวกนั้นก็มองหน้าพี่เค้าพูดไป ละก็แอบเหล่มองเราที่อยู่ข้างหลังด้วยนะ เฮ้ย! รู้ ๆ กัน 55555
 
 
 
ระหว่างห้องเชียร์ก็มีโมเม้นต์อื่นนะ แบบว่าในชมรมอะไรแบบนี้
 
เราลงสมัครสวัสดิการชมรมฟุตบอล ตามคำแนะนำของพี่ชายที่เป็นญาติกัน เมเจอร์เดียวกันแต่จบไปแล้ว
 
พวกสวัสก็นั่งอยู่ข้างสนาม ละพอถึงเวลาที่นักฟุตบอลพักเท่านั้นแหละ
 
เราก็มองหน้ารุ่นพี่ในชมรมให้รู้จักเป็นปกติ แล้วก็ไปเจอพี่ผมยาวเข้าให้ค้าาา! อึ้งมาก บังเอิญไปนะ
 
ละก็ได้เห็นยิ้มเป็นครั้งแรก T^T ไม่หล่อเลย... แต่ชอบอ่ะ //โดนตบ
 
แล้วเพื่อนก็มากระซิบบอกชื่อของพี่เค้า เพราะไปรู้ตอนที่อีกชมรมหนึ่งนัด แหม เพื่อนที่ดี 555
 
แล้ววันนั้นพี่ ป.ปก ก็อยู่ชมรมฟุตบอลเหมือนกัน ก็มาถามว่า "น้องเป็นญาติกับพี่...เหรอ"
 
เราก็ตอบว่าใช่ นี่ก็ยิ้มให้ ... โอโหหห ลุคพี่ว๊ากที่กลัวมาตั้งนานนี่คือแบบ กระจุยกระจายอ่ะ 55555
 
ก็พี่ว๊ากส่วนมากก็ชมรมฟุตบอลทั้งนั้นแหละ ผู้ชายอ่านะ = = เต็มเลยอ่ะ
 
 
ภาพที่แอบถ่ายจากข้างสนามบอล อิอิ
 
 
 
เอ่อ นั่นแหละ มันยังไม่จบแค่ห้องเชียร์หรอก เราก็เครียดใส่เพื่อนเรื่องไม่ได้เจอพี่เค้าจนมันสาปกันละ 55
 
ชมรมฟุตบอลก็นัดอีกว่ารุ่งขึ้นนัดทุกคน เราก็คิดว่า ยังไงก็เจอกันในชมรมก็ได้เอ้า!
 
ตื่นเช้ามาเราก็สลึมสลือมาดูนาฬิกาในมือถือ คือนัด 6 โมงเช้าอ่ะ ง่วงแบบสุด
 
ละก็เจอข้อความในมือถือ เบอร์แปลก ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าคงเป็นโฆษณาโปรโมชชั่นเหมือนปกติ = =
 
เปิดดูข้อความเขียนว่า "ยินดีด้วย..." ถึงตรงนี้เราคิดว่าเป็นเจ้าของร้านที่ทำงานพิเศษ
 
เพราะพิมพ์ชื่อเรามาด้วย แต่ก็งงว่ายินดีอะไรกัน ต่อด้วย "นะครับน้อง..."
 
นี่เราเริ่มคิดว่าเป็นพี่ชายญาติเราละ เพราะเจ้านายเราเป็นผู้หญิง แต่ก็แบบ มันจะครับทำไมวะ
 
อ่านจนจบ "เจอกันชมรมฟุตบอลนะครับ P'..(ชื่อพี่เค้า).. :)"
 
โอโห เห็นชื่อปุ๊บเราเด้งตัวตื่นเลยอ่ะ ทั้งที่ง่วงแทบตาย ในใจคิดว่า เฮ้ย ใครมันแกล้งกูวะ แกล้งแรงนะมึง!
 
 ละก็เอาไปให้เมทดู เมทก็แบบตกใจ ละก็ลงไปกินข้าวกับเพื่อน มันก็สวัสฟุตบอลเหมือนกัน
 
ให้พวกมันดู ละก็ถามว่า ใครแกล้ง บอกมาเลย มันก็บอกกันว่าไม่ใช่ สาบานติด F (มันพูดเอง)
 
แบบ โอโห ใจหวิวละ แต่เหลือเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้อยู่ชมรมนี้ มันเป็นคนเกรียน ๆ คิดว่าน่าจะเป็นมัน
 
อาจจะใช้เบอร์เมทมาแกล้งหรืออะไร เพราะเบอร์พวกมันก็เมมไว้หมดแล้ว
 
ละก็มีเพื่อนใจกล้าในกลุ่มนั่นแหละ มันเป็นคนอยากรู้ความจริง เลยบอกว่า "โทรกลับเลยสิ"
 
ไอเราก็แบบ เฮ้ย ใครมันจะไปกล้าวะ มันบอกว่า "เอ่อมานิ ถ้าไม่โทร เดี๋ยวโทรให้เอง"
 
มันก็เอาไปโทรจริงด้วยเว้ย ละก็ลุ้นมันกดโทรว่าใครจะรับ แล้วก็มีคนรับ เป็นเสียงผู้หญิง = =
 
นี่ไม่ได้เล่นมุขตังหมดนะ เสียงผู้หญิงจริง ๆ ละมันก็วางหู ไอ้เราแบบ เฮ้ยยย กูโดนแกล้งจริง ๆ แล้ว
 
แต่เพื่อนคนนั้นมันดูเบอร์อีกรอบละบอกว่า "เฮ้ย ขอโทษ กดเบอร์ผิดไปตัวหนึ่ง"
 
โอยยย จะตายละตอนนั้นอ่ะ ตื่นเต้นไปนะ ไม่ต้องโทรก็ได้นะ นั่นมันมือถือฉัน ที่อยากรู้คือพวกเธอนะ T^T
 
เอ่อ คราวนี้ปลายสายก็รับเป็นเสียงผู้ชาย เพื่อนมันคุยจนรู้ว่าชื่อเดียวกับพี่ผมยาวอ่ะ แล้วโยนให้เราคุยต่อเฉย
 
ไอ้เราก็รับมาแบบเกร็ง ๆ ละก็ "ฮัลโหล นี่พี่...เหรอคะ" (ย้ำจากที่เพื่อนพูดไปแล้ว)
 
ก็มีเสียงตอบกลับมาแบบเข้ม ๆ ว่า "อืม" เสียงแบบเพิ่งตื่นสุด ๆ อ่ะ ตอนนั้นเหมือนจะแค่ 6 โมงกว่า
 
เราก็ถามต่อว่า "พี่...ไหนอ่าคะ?" ละทางนู้นก็ตอบกลับมาว่า "ปีสาม"
 
แบบ เฮือก! เลย ใช่เลยแหละ ตกใจมาก ละเสียงพี่แกแบบเข้ม ๆ ทุ้ม ๆ เสียงห้วนแบบห้วนสุด ๆ อ่ะ
 
ได้ยินละแบบกลัวเลย... เฮ้ยพี่คะ จะว๊ากหนูหรือเปล่าคะ ไรงี้ = =
 
พอคำว่าปีสามเท่านั้นแหละ ทำตัวไม่ถูกเลย ก็เลยพูดต่อไปว่า "พี่จะมาชมรมฟุตบอลหรือเปล่าคะ"
 
พี่เค้าก็ว่า "ไป ๆ" ละเราก็ตัดบท "อ่อค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ" ประมาณนี้แหละ ละก็วางไปเลย
 
โห เกร็งสุด ๆ ละเพื่อนก็มองหน้าเรากัน ก่อนที่เราจะก้มหน้าลงไปเขิน ละพวกมันก็เฮกัน
 
ดันมีการบอกว่า "ดีใจด้วยนะมึง" อีก ดีใจกะผีอะไรล่ะ กึ่งกล้ากึ่งกลัวนั่น จะมาไม้ไหนยังไม่รู้เลย!
 
ที่สำคัญคือ ส่งข้อความมาทำไม แล้วเอาเบอร์มาจากไหน ละแบบว่ามีเหตุผลอะไร =___=
 
อืม พอไปชมรมฟุตบอล พี่เค้าก็มาจริง ๆ แต่ไม่ได้เล่น ให้พวกปีหนึ่งเล่น พี่เค้าแค่มาดู
 
ละวันนั้นก็ใส่หมวกมาด้วยนะ ก็แต่งตัวแนว ๆ เซอร์ + วินเทจอ่าแหละ บอกไม่ถูก
 
ก่อนกลับก็มีเรียนน้องในชมรมอีกชมรมของพี่เค้า ที่เพื่อนเราอยู่ด้วยอ่ะ มาคุยก่อน เราก็ต้องรอเพื่อน
 
พี่เค้าก็มาพูด มานัดหมายเอง พอพูดจบปีหนึ่งก็ยกมือไหว้กัน ละพี่เค้าก็เหลือบขึ้นมามองหน้าเรา =__=
 
จากนั้นก็เดินจากไป แล้วเราก็โทรหาเพื่อนอีกคนที่เกรียน ๆ อ่ะ ให้มันมากินข้าวด้วยกันพร้อมเล่าให้ฟัง
 
มันแบบ เฮ้ย จริงอ่ะ อารมณ์แบบ ไม่เชื่อหูตัวเอง ตื่นเต้นมาก จนเราคิดในใจว่า มันไม่ได้แกล้งจริงเว้ยเฮ้ย
 
 
 
เอ่อ ละคืนนั้นพี่เค้าก็โทรมาหาเราแบบจริงจังล่ะ เราก็แอบไปคุยนอกระเบียง (คือเมทก็รู้แหละ)
 
มีกวนด้วยนะ ถามว่า "พี่เป็นคนที่ไหนอ่ะ" หมายความว่าจังหวัดอะไร = = มหาลัยมันก็ปน ๆ กันใช่ป่ะ
 
ดันตอบเรามาว่า "พี่ก็เป็นคนทุกที่แหละ" แหมมม ใช่ย่อยนะเราเนี่ย
 
เราก็ถามให้แน่ใจไปเลยว่า "พี่ที่ผมยาว ๆ ใช่ไหม" ละพี่เค้าก็บอกว่า "ก็ที่ใส่หมวกวันนี้แหละ"
 
เหยดดดด ชัดเจน (เพราะมีผมยาวหลายคนอยู่) ละถามไปอีกว่า "พี่เอาเบอร์หนูมาจากไหนอ่ะ"
 
พี่เค้าก็หัวเราะเบา ๆ ละบอกว่า "พี่เอามาได้ก็แล้วกันน่า" อือหือ... แอบกวนอีก = = เห็นเงียบ ๆ นะ
 
ละเราก็ตัดสินใจถามไปเลยว่า "พี่คิดไงส่งข้อความมาหาหนูอ่ะ"
 
พี่เค้าบอกว่า "เอาตรง ๆ นะ..." ถึงตอนนี้ในใจเราคิดว่าจะตอบว่า ก็เราชอบพี่ไม่ใช่เหรอ
 
คือประมาณแบบ มีคนไปบอกหรือเปล่า พี่เขาจะม่อเหรอ ไรงี้ (คือคิดมากอ่านะ คิดได้หมด = =)
 
แต่พี่เค้าดันบอกว่า "...ก็พี่ชอบเราอ่ะ"
 
เฮ้ยยยยยยย ช็อคคคคคคคค ณ จุดนั้นช็อคจริง ๆ ตรงข้ามกับที่คิดทุกอย่าง
 
ละคือแบบ ใครจะไปคิดวะ ว่ามันจะเป็นแบบนี้อ่ะ นี่ครั้งแรกนะ มันโชคดีไปมั้ง อะไรแบบนี้ =////=
 
เราเลยตอบกลับไปว่า "หนูมีเรื่องจะบอก... หนูก็ปลื้มพี่เหมือนกัน"
 
ก็ฟังเสียงพี่เค้าละเหมือนจะช็อคไปเหมือนกันนะ ละจากนั้นก็หัวเราะออกมา อืมมมมม
 
 
 
ละคือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอ่ะ พี่เค้าเล่าให้ฟังนี่คือช็อคกว่าเดิม
 
พี่เค้าบอกว่า ชอบเราตั้งแต่เห็นตอนนั่งแถวหน้าตอนวันปฐมนิเทศแล้ว
 
คือมันเป็นวันเดียวและเวลาเดียวกันกับที่เราเจอพี่เค้าเลยอ่ะ เดินเข้ามาก็ชอบเลยอ่ะ i ___ i
 
แล้วที่ยืนอยู่ตรงหน้าตลอดก็เพราะจะดูหน้างี้ ตอนห้องเชียร์ที่เดินผ่าน ที่พยายามจะแทรกแถวเข้ามา...
 
ก็เพื่อจะมาดูรหัสนักศึกษาจะเอาไปหาชื่อ หาเบอร์ หาเฟซ T^T
 
ตอนจบห้องเชียร์ที่เห็นเรายืนคนเดียว ก็อยากเข้ามาขอเบอร์แต่ไม่กล้า เลยไล่ไปเข้าแถวแทน
 
สุดท้าย พี่เค้าไปนั่งค้นสมุดเชียร์ที่โดนยึดไปครั้งหนึ่งในห้องเชียร์ เพื่อหาของเรา
 
ในนั้นจะมีข้อมูลหมดเลย ชื่อ เมล์ เบอร์ เมเจอร์ บลา ๆ ๆ ที่สำคัญทั้งคณะมี 200 กว่าคน
 
พี่อุตส่าห์นั่งหาอ่ะ นี่คือซึ้งมากเลย เวลาเพื่อนมาเห็นก็จะบอกว่า ตรวจความเรียบร้อย T^T
 
ละเพื่อนเล่าว่า มีครั้งหนึ่งตอนที่ไปชมรม พี่เค้าให้โอกาสถามอะไรก็ได้ มันเลยถามพี่ผมยาวว่า
 
"พี่มีแฟนหรือยังคะ" พี่เค้าตอบว่า "ยังไม่มี แต่มีคนที่ชอบแล้วครับ"
 
ละพี่เค้าก็มองแบบอมยิ้มมาที่พวกมัน เพื่อนเราบอกว่าเหมือนรู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน
 
คือแบบบบ นี่ไม่ได้โกหกนะะะ มันเกิดขึ้นจริง ๆ เรายังไม่เชื่อเลย แต่มันเกิดขึ้นแล้ว T___T
 
พูดไปเล่าไปเหมือนหลงตัวเอง แต่ก็คือ มันเป็นเรื่องจริงนะ เชื่อเราเหอะ T^T
 
 
 

 
 
 
จากเหตุการณ์พวกนี้แหละ ทำให้ได้คุยกันมาโดยตลอด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากเลย
 
แต่พี่เค้าบอกว่า จะขอศึกษากันก่อน แบบว่ายังไม่คบกันเป็นแฟนนะ แต่ก็ไปกินข้าว คุยกันไรงี้
 
เราก็ไม่ได้คิดมากอ่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันต้องทำตัวยังไง = =
 
ใช่เลย มันยังไม่จบน่ะสิ...
 
 
 
ละหลังจากนั้นประมาณเดือนหนึ่ง พี่เค้าก็ชวนเราไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ไปทำบุญ ไปเสี่ยงเซียมซี
 
ใบเซียมซีคือแบบ... เรื่องทุกอย่างต่างกันหมด แต่เรื่องความรักคือ "ไม่ใช่คู่กัน" งี้
 
เราทำหน้่าบึ้งละขยำทิ้งเลยนะ พี่เค้าก็แบบ ขนาดนั้นเลยเหรอ ละก็หัวเราะ บอกว่า ไม่ต้องเชื่อมากก็ได้
 
ละก็ออกมาจากเขตวัด ก็มาถ่ายรูปกัน
 
มีตอนหนึ่งที่เราถ่ายให้พี่เค้า ละอยู่ดี ๆ พี่เค้าว่ากวักมือเรียกเรา เราก็คิดว่า มีอะไรติดผมเหรอ = =
 
พอเอียงหัวเข้าไป พี่เค้าก็ยกมือขึ้นมาป้องที่หูเนี่ย เหมือนจะกระซิบ
 
ไอ้เราก็ยังแบบ จะนินทาใครที่เดินผ่านไปผ่านมาหรือเปล่า (อินี่แบบ...)
 
สุดท้ายพี่เค้าก็กระซิบบอกว่า "เป็นแฟนพี่นะ"
 
โอโหหหหห ช็อครอบสองล่ะ ทำไมคนนี้ชอบทำให้ช็อคนักหนาวะหาาาาาาา T_____T
 
จะบ้าตายหลายรอบละ แล้วเป็นไงล่ะ เราก็ตอบตกลงน่ะสิ เชอะะะะ T^T
 
 
 
 
 
    
 
 
 
 
 
นี่ล่ะ เรื่องทั้งหมดที่อยากเล่าก็มีเท่านี้
 
ไม่ขอต่อด้วยเรื่องตอนที่คบกัน ละก็ไม่เล่าเรื่องที่เลิกกันแล้วนะ
 
คือยังไงดีล่ะ เราถือว่าเราเป็นคนที่โชคดีด้วยนะ เรื่องนี้มันจบลงด้วยดีด้วย เราถึงเอามาเล่าได้แบบสบายใจ
 
แต่ช่วงแรกก็หนักหนาเหมือนกันแหละ อาการของคนอกหักทั่ว ๆ ไป
 
แต่เราเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะ ออกแนวโลกสวยอ่ะ เราก็อยากจะให้กำลังใจหลาย ๆ คน
 
คือเรื่องนี้ที่เล่าอ่ะ เราอยากให้ใครหลายคนได้มองแนวคิดของเราเกี่ยวกับเรื่องอกหัก
 
อย่างน้อยมันก็เคยเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นกับเรานะ ถ้าอ่านวิธีของเราอาจจะช่วยได้เยอะเลยล่ะ
 
- นี่เป็นแฟนคนแรกของเรา เรามองเทียบกันหลาย ๆ คนที่เค้าสมหวังในรักไปแล้วว่า กว่าเค้าจะมาเจอคนนี้แล้วเป็นคนสุดท้ายอ่ะ เค้าผ่านมาแล้วกี่คน เค้าเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง แล้วเราแค่คนแรกอ่ะ ทำไมจะทำไม่ได้
 
- เพลงเศร้า ถ้าเหตุการณ์เศร้า ๆ มันไม่เคยเกิดขึ้น แล้วเพลงอกหักพวกนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากไหน ถ้าคนอื่นไม่เคยเจอมันเลย เค้าจะแต่งเพลงมาได้ยังไงกันล่ะ
 
- คนอื่น ๆ ที่เคยได้ยินเรื่องของเค้าอ่ะ บางคนมันร้ายแรงกว่าเราเยอะ เจ็บกว่าเราเยอะ เราโชคดีแค่ไหนที่มันจบลงด้วยดี ถึงมันจะไม่ได้ดีเพราะไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่สุดท้ายผลลัพธ์ เราก็ยังคุยกันได้อยู่
 
- เพื่อนมีให้ปลอบใจและระบาย(ในเวลาแบบนี้) อยู่กับพวกมันมาก ๆ มันรู้วิธีทำให้เราอารมณ์ดี เพราะเพื่อนเราหลายคนมันเจอมาเยอะกว่าเรา ส่วนคนที่ไม่เคยเจอ ชีวิตของมันมีความสุขดี มันดึงเราออกมาได้ ต้องขอบคุณพวกมันมาก ๆ
 
- แต่สุดท้ายเราก็ต้องพึ่งตัวเองให้ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะลืมอ่ะ มันทำไม่ได้หรอก ต้องหาอย่างอื่นทำแทนให้ไม่มีเวลาไปคิดถึงมัน อยู่กับเพื่อน หากิจกรรมทำ เราคิดว่าก่อนที่เราจะเจอพี่เค้าอ่ะ เราทำอะไรบ้าง เราเต้น Cover เราแต่งนิยาย เราอ่านการ์ตูน เรา Cosplay เนี่ย เราเลยมาทุ่มให้นิยาย การ์ตูนกับ Cosplay เพราะเราไม่ได้เต้น Cover ตั้งแต่จบจาก รร แล้ว ก็เลยมีช่วงหนึ่งที่ไปหลงรักตัวการ์ตูน แล้วก็ลืมดราม่าใส่พี่เค้าไปพักใหญ่เลยล่ะ อันนี้พูดจริง 5555
 
- เราคิดถึงใบเซียมซีนั่นเสมอที่บอกว่าไม่ใช่คู่กัน มันอาจจะงมงายก็ได้ แต่คือก็เอาเป็นกำลังใจได้แหละ
 
ขอพูดให้กับหลายคนนะ จุดจบมันก็มีหลายกรณีเหมือนกัน
 
แบบเราเนี่ย เลิกวันนี้ พรุ่งนี้ก็คุยกันได้อยู่อ่ะ แบบนี้มันเหมือนจะดีใช่ไหม แต่มันลืมยากมากเลยนะ
 
ของมันเคย ๆ อ่ะ คุยกันอยู่ทุกวัน บางทีก็ต้องปิดกั้นและหักห้ามตัวเองบ้าง
 
แต่อย่างที่เลิกแบบมองหน้ากันไม่ติดเลย เราเคยคิดว่าดี จะได้ไม่ต้องคิดถึง
 
แต่พอมาพูดในตอนที่เริ่มทำใจได้แล้วเนี่ย มันไม่ค่อยดีเลยนะ มีคนให้เกลียดเนี่ย ไม่ดีหรอก
 
เมื่อก่อนไม่เคยมีแฟนเลย เห็นใคร ๆ บ่นว่าอยากมีแฟนกัน เราไม่เคยคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดีเลย
 
จนมาเจอกับตัวเองเนี่ย ผลข้างเคียงมันแรงนะ 5555 รู้แล้วว่าทำไมหลาย ๆ คนถึงอยากมีแฟน
 
พอได้ลองมีครั้งหนึ่งแล้วละเลิกกันไป มันก็คุ้นกับการมีแฟนจนอยากจะมีอีกแบบนี้ มันเข้าใจไปแล้ว
 
จนเราคิดว่า ถ้าไม่มีแฟนตั้งแต่แรกคงดีกว่าเยอะอ่ะ 5555 แต่อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ล่ะวะ
 
 
 
 
เราทำตัวของเรากะพี่เค้า ผู้หญิงผมสั้นกับผู้ชายผมยาว 5555
 
 
 
 
นี่แฟนอาร์ต(?)พี่เค้า วาดลงโต๊ะแลกเชอร์ด้วยอ่ะ //เลว
 
ตอนนี้พี่เค้าตัดผมไปละ แต่ภาพพี่เค้าในความคิดเราคือ พี่ว๊ากผมยาว อยู่ตลอดจนถึงปัจจุบัน = =
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
โอเค จบไดอารี่ฉบับที่ 1 อิอิ
 
ใครที่อ่านจบก็ขอขอบพระคุณมาก ๆ นะคะ แต่คงน้อยหรือไม่มีเลย 55555
 
เอาไว้อยากอัพจะมาอัพอีกนะบล็อคเนี่ย =3=
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามารายงานตัวว่าอ่านจนจบ #เหยดดดด
อ่านตอนคบกันละแอบยิ้มเบาๆ น่ารักดี
ท้ายๆมีแอบให้ข้อคิดเค้าด้วยอ่าาา ; A ;

#1 By ✖ Bomi ✖ on 2012-11-11 22:29